วัดราษฏรอุปถัมป์

วัดราษฎร์อุปถัมภ์ (วัดบางเหรียง)

          วัดราษฎร์อุปถัมภ์ (วัดบางเหรียง) เป็นวัดที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของอำเภอทับปุด เดิมทีชาวบ้านเรียกกันว่า วัดบางเหรียงเป็นวัดที่มีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเข้าไปนมัสการกราบไหว้เป็นจำนวนมากและเป็นที่เคารพสักการะของคนจังหวัดพังงาและจังหวัดใกล้เคียง สร้างเป็นสถาปัตยกรรมแบบลังกาและอยุธยา มีฐาน 3 ชั้นลักษณะเป็นรูป 8 เหลี่ยมด้านเท่า มีซุ้มประตูประดิษฐานประพุทธรูปประจำพระชนมวารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนารถ

               ตั้งอยู่ที่   :    เลขที่ 25 หมู่ 4 ตำบล/แขวงบางเหรียง อำเภอ/เขตทับปุด ต.บางเหรียง อ.ทับปุด จ.พังงา 82180

          วัดราษฎร์อุปถัมภ์  เป็นวัดที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของอำเภอทับปุด  เดิมทีชาวบ้านเรียกกันว่า "วัดบางเหรียง" ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอทับปุดและถนนเพชรเกษม ประมาณ ๑๑ กิโลเมตร สำหรับการเดินทางใช้เส้นทางถนนสายทับปุด-อ.พนม จ.สุราษฎร์ฯ  ได้ทำการก่อตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๓  ผู้เฒ่าได้เล่าขานกันว่าเดิมทีนั้นวัดบางเหรียงตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของคลองมะรุ่ย ณ บริเวณเชิงเขาที่ประดิษฐานพระมหาธาตุเจดีย์พุทธรรมบันลือในปัจจุบัน  แต่เนื่องด้วยการเดินทางไม่สะดวกต้องลุยน้ำข้ามคลอง ประกอบกับที่ตั้งเดิมถูกน้ำกัดเซาะยากแก่การบูรณะซ่อมแซม     "พ่อท่านเกตุ" ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอสมัยนั้นและชาวบ้าน ได้ร่วมกันย้ายวัดมาตั้ง ณ สถานที่ใหม่  ซึ่งตั้งอยู่บนเนื้อที่ ๖ ไร่เศษ และเป็นที่ตั้งวัดในปัจจุบัน
      ต่อมาปี  พ.ศ. ๒๕๒๙  พระอาจารย์ชัย (พระครูไพศาลพัฒนานุยุต ปัจจุบัน)  ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดราษฎร์อุปถัมภ์ในสมัยนั้นได้มีการพัฒนาวัดบางเหรียงเจริญขึ้นในทุกด้าน  เป็นผลให้พุทธศาสนิกชนทั้งในและต่างประเทศเดินทางมาร่วมปฏิบัติศาสนกิจเป็นจำนวนมาก  ยังวัดให้มีความสมบูรณ์ด้วยศาสนวัตถุให้ประจักอยู่ปัจจุบัน  จากที่ว่าการอำเภอทับปุดไปบ้านบางเหรียง      ตามทางหลวงหมายเลข 4118 ระยะทาง 11 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่บนเขาล้าน เจดีย์เป็นรูประฆังคว่ำ โดยมีพระพุทธรูปล้อมรอบฐานโดยรอบ เป็นวัดที่มีภูเขาล้อมรอบสมบูรณ์ด้วยต้นไม้ใหญ่ ในวัดมีถาวรวัตถุทางธรรมที่สำคัญ คือ พระธาตุเจดีย์เทพนิมิต ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชทานนามว่า ?พระมหาธาตุ เจดีย์พุทธธรรมบันลือ? ในวัดยังมีเจ้าแม่กวนอิม และพระพุทธอัฐิมงคลชัยนาคปรก สร้างไว้เพื่อปกป้องชาวใต้ให้พ้นจากภัยอันตรายทางธรรมชาติ  องค์พระมหาธาตุเจดีย์ได้ดำเนินการจัดสร้างขึ้นในปี ๒๕๒๙ โดย พระอาจารย์ชัย เดิมพระมหาธาตุเจดีย์ชื่อว่า พระมหาธาตุเจดีย์นิมิต ด้วยเกิดจากการนิมิตของผู้สร้าง ต่อมาปี ๒๕๓๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานนาม พระมหาธาตุเป็น พระมหาธาตุเจดีย์พุทธรรมบันลือ
           พระมหาธาตุเจดีย์ ประดิษฐานอยู่ ณ วัดราษฎร์อุปถัมภ์ หรือวัดบางเหรียง ต.ทับปุด อ.ทับปุด จ.พังงา ได้ดำเนินการก่อสร้าง องค์พระมหาธาตุเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๙ - ๒๕๔๓ โดย พระอาจารย์ชัย "พระครูไพศาลพัฒนานุยุต" ขนาดความสูงจากฐานชั้นล่างถึงยอด ๑๐๙ เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง ๔๑ เมตร มี ๓ ชั้น ชั้นที่ ๑ เป็นรูปแปดเหลี่ยมด้านเท่า มีความหมายถึงมรรคมีองค์ ๘ ชั้นที่ ๒ เป็นเรือนคูหาแปดเหลี่ยม ชั้นที่ ๓ เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ มีลักษณะเป็นศิลปะผสมระหว่างพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราชทางใต้และพระบรมธาตุทางเหนือ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กตกแต่งลวดลายปูนปั้นงดงาม แล้วเสร็จบริบูรณ์ ราคาค่าก่อสร้าง เป็นเงินจำนวน ๖๙,๑๒๗,๗๘๐.- บาท(หกสิบเก้าล้านหนึ่งแสนสองหมื่นเจ็ดพันเจ็ดร้อยแปดสิบบาทถ้วน)
           พระธาตุเจดีย์ประดิษฐานอยู่บนลานยอดเขาล้าน  วัดราษฎร์อุปถัมภ์  หมู่ที่  ๕  ตำบลบางเหรียง  อำเภอทับปุด  จังหวัดพังงา  อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเข้าไปประมาณ  ๑๑  กิโลเมตร  เขาล้านเป็นเนินเขาดินดานสูงจากพื้นราบประมาณ  ๑๕๐  เมตร  พื้นที่รอบๆ ตั้งแต่เชิงเขาขึ้นไปเป็นสวนยางพาราของชาวบ้านสลับกับป่าไม้ธรรมชาตินานาพันธุ์  ระยะทางจากเชิงเขาขึ้นไปถึงยอดเขาประมาณ ๑.๓  กิโลเมตร ปัจจุบันการคมนาคมสะดวก  มีถนนคอนกรีตเสริมเหล็กกว้าง  ๔  เมตร ไปโดยตลอดจนถึงยอดเขาก่อนถึงยอดประมาณ  ๓๐๐  เมตร  ทางด้านซ้ายมือประดิษฐานพระร่วง ๓ พี่น้อง  เป็นพระพุทธรูปประทับยืนเพื่อให้เป็นเทพผู้เปิดโลก  นำมวลมนุษย์และสัตว์ในสากลโลกที่ตกอยู่ในกิเลสทั้งสิ้นเข้าสู่โลกใหม่นั่นคือโลกแห่ง บวรพุทธศาสนา  บนยอดเขาปรับระดับดินเป็นลานกว้างสำหรับเป็นที่จอดรถยนต์   โดยรอบลานกว้างทำเป็นที่นั่งคอนกรีตเสริมเหล็กปูทรายล้างสำหรับนั่งพักผ่อน  ด้านขวาของลานจอดรถสร้างเป็นศาลาการเปรียญหลังคาทรงไทย  ?ศาลาเทพกุมารี?  หน้าศาลาการเปรียญเป็นสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม  มีพระแม่ธรณีบีบมวยผมอยู่ตรงกลางสระต่อจากลานจอดรถจะมีคอนกรีต  เสริมเหล็ก  กว้าง  ๕ เมตร ทอดขึ้นไปสู่พระธาตุเจดีย์  สองข้างทางประดับด้วยรูปปูนปั้นพญานาค ๕ เศียร   อยู่ในท่าเลื้อยลงมาจากพระธาตุ  หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่านาคสะดุ้ง  โดยมีความเชื่อกันว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์โดยบันไดนาค  ส่วนบนสุดของทางขึ้น ๒ ข้าง  เป็นรูปปูนปั้นสิงห์  ๔  ตัวยืนหันหลังชนกัน  หันหน้าออกสู่ทิศ  ๔  ทิศ  โดยยืนบนฐานปูนปั้นสี่เหลี่ยมย่อมุมสิบสอง ด้วยว่าสิงห์เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ  แข็งแกร่ง จึงสร้างไว้เพื่อพิทักษ์รักษาองค์พระธาตุเจดีย์  ซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราชทรงเคยสร้างสมัยพระองค์ทรงบูรณะและสร้างอนุสรณ์สถานเกี่ยวกับพระพุทธนาในประเทศอินเดียสมัยที่พระองค์ทรงปกครอง   จนมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า เสาพระเจ้าอโศก บริเวณโดยรอบขององค์พระธาตุเจดีย์  ทางทิศเหนือมีพลับพลาทรงไทย  ทางด้านทิศใต้สร้างเรือนรับรองชั้นเดียวทรงแปดเหลี่ยม หลังคาทรงรามิด  ถัดลงไปตามไหล่เขาสร้างที่พักสำหรับภิกษุหรือญาติโยมที่ขึ้นไปปฏิบัติธรรม  และสร้างถ้ำจำลองไว้สำหรับเจ้าอาวาสเข้าไปปฏิบัติธรรมในช่วงเข้าพรรษา

คุณลักษณะของพระธาตุเจดีย์นิมิต            
    ท่านเจ้าอาวาสวัดราษฎร์อุปถัมภ์เป็นประธานดำเนินการก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ตั้งแต่การตัดถนนขึ้นไปสู่ยอดเขา  ทำการปรับพื้นที่เพื่อก่อสร้างฐานรับองค์เจดีย์  เป็นฐานคอนกรีตเสริมเหล็กตั้งบนเสาเข็ม  พระธาตุเจดีย์นิมิตโดยรวมสร้างขึ้นตามที่พระอาจารย์ชัยนิมิตเห็นแล้วบอกให้ช่างเขียนแบบแปลนไว้  มีลักษณะผสมระหว่างพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราชกับพระบรมธาตุทางภาคเหนือด้วยเหตุที่ว่าพระบรมสารีริกธาตุนั้นได้มาจาก  อ. ศรีสำโรง  จ. สุโขทัย  ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือ  ส่วนตัวท่านเป็นคนใต้และเคารพในพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราชเป็นที่สุดและพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราชยังเป็นปูชนียสถานที่สำคัญของทางภาคใต้  นอกจากนี้แล้ว  พุทธศาสนายังถือกำเนิดในประเทศอินเดีย  ดังนั้น  พระธาตุเจดีย์จึงมีลักษณะของศิลปะแบบอินเดียมาผสมด้วยลักษณะพระธาตุเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมเท่ากันทุกด้าน  อันมีความหมายเสมือน มรรคมีองค์  ๘  คือ
๑.    สัมมาทิฐิ  มีความเห็นชอบหมายถึง  มีปัญญาหรือความรู้และความเห็นชอบที่ถูกต้อง
๒.    สัมมาสังกัปปะ  ความดำริชอบ  ไม่ทำความเดือดร้อน  เบียดเบียน  หรือทำความลำบากให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น
๓.    สัมมาวาจา  เจรจาชอบ  ได้แก่  การไม่พูดเท็จ  ไม่พูดส่อเสียดยุยงส่งเสริมให้เกิดความแตกแยก
๔.    สัมมากัมมันตะ  ทำการงานชอบ  ปราศจากความทุจริต
๕.    สัมมาอาชีวะ  เลี้ยงชีพชอบ  ทำมาหาเลี้ยงชีพในทางที่ถูกที่ควร  แสวงหาโภคทรัพย์โดยสุจริต
๖.    สัมมาวายามะ  ความเพียรชอบ  เพียรกระทำคุณงามความดีด้วยกาย  วาจา  และใจ
๗.    สัมมาสติ  ความระลึกชอบ  มีสติควบคุมความรู้สึกที่ถูกที่ควร
๘.    สัมมาสมาธิ  ความตั้งใจมั่นชอบด้วยสติปัญญา  ไม่ลืมตัว

       พระธาตุเจดีย์นิมิตสร้างเป็น  ๓  ชั้น  จากฐานชั้นล่างถึงยอดสูง  ๑๐๙  เมตร  ทุกชั้นมีฐานะเป็นลักษณะแปดเหลี่ยมเท่ากันทุกด้าน  
การเดินทางสะดวก  ถนนลาดยางจนถึงบริเวณวัด  ส่วนเส้นทางเข้าสู่พระมหาธาตุนั้นเป็นถนนคอนกรีตลาดชัน  ถ้ารถทัวร์(๒๔ ที่นั่งขึ้นไป)นำขึ้นไม่ได้อันตรายในการเดินรถ  ต้องใช้รถรับส่งจากบริเวณวัดระยะทาง ๘๐๐ เมตร   

บทความดีๆจาก   :   http://www.phangnga.go.th/tourist/bangring/


image รูปภาพ
image
image
image
image
image

image วิดีโอ


คะแนนโหวต :
image
image
image
image
 
 
 
 

Website Policy | Privacy Policy | Security Policy | Disclaimer | ข้อกำหนดการใช้ Cookies รองรับการทำงานบน Internet Explorer v.11+, Microsoft Edge, Firefox v.47.0+, Chrome v.51+

จำนวนการเข้าชม : 5,755